การจ่ายเงินเพื่อการศึกษาของคุณในประเทศสหรัฐประเทศสหรัฐอเมริกาคือ: การลงทุนเพื่อตัวคุณเอง

การจ่ายเงินเพื่อการศึกษาของคุณในประเทศสหรัฐประเทศสหรัฐอเมริกาคือ: การลงทุนเพื่อตัวคุณเอง

การจ่ายเงินเพื่อการศึกษาของคุณในประเทศสหรัฐประเทศสหรัฐอเมริกาคือ: การลงทุนเพื่อตัวคุณเอง บทความโดย Study in the USA ®

คุณมีเป้าหมายที่จะทำการศึกษาต่อในประเทศสหรัฐอเมริกาใช่หรือไม่? การจ่ายค่าเล่าเรียนในต่างประเทศดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้สำหรับคุณใช่ไหม ? มันไม่ได้เป็นอย่างที่คุณคิดไว้เลย!

คุณอาจจะกังวลเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการศึกษาในประเทศสหรัฐอเมริกาของคุณ เหมือนกับนักศึกษาชาวต่างชาติและชาวอเมริกันคนอื่น ๆ แต่อย่าปล่อยให้เรื่องนี้ทำให้คุณเปลี่ยนใจจากแผนที่คุณได้วางไว้ เพียงแค่คุณใช้เวลาเพียงเล็กน้อยทำการวางแผน คุณก็จะพบทางออก ถ้าคุณรู้สึกว่าการจ่ายค่าเล่าเรียนของคุณในประเทศสหรัฐอเมริกามันหนักไป ให้คุณคิดถึงสิ่งที่คุณจะได้รับจากการศึกษาและปริญญาบัตรจากประเทศนี้ เพราะมันคืออนาคตของคุณ การศึกษาเป็นหนึ่งในการลงทุนที่ดีที่สุดที่คุณสามารถลงทุนได้ และมันเป็นการลงทุนในตัวของคุณเอง ซึ่งคุณจะไม่ได้เสียค่าใช้จ่ายทั้งหมดไปกับค่าธรรมเนียมการใช้ห้องปฏิบัติการ หรือค่าปรับจากการคืนหนังสือหลังกำหนดจากห้องสมุด แต่คุณยังจะได้สนุกกับการใช้จ่ายเงินในการทำกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การเดินทางไปเล่นสกี และไปทานซูชิกับเพื่อนใหม่ของคุณ

คุณควรประเมินค่าใช้จ่ายทุกอย่างสำหรับการศึกษาในประเทศสหรัฐอเมริกาของคุณ จากนั้นให้จำกัดงบประมาณให้ดี ซึ่งมีหลายองค์ประกอบที่คุณจำเป็นต้องคำนึงถึงในการจัดงบประมาณของคุณ คุณควรตระหนักว่ามหาวิทยาลัยและวิทยาลัยในประเทศสหรัฐอเมริกาหลายแห่ง ต้องการให้นักศึกษาชาวต่างชาติชำระค่าเล่าเรียนของปีการศึกษาแรกทั้งหมดก่อน ดังนั้นคุณและครอบครัวของคุณจึงต้องวางแผนเริ่มต้นเก็บเงินค่าเล่าเรียนไว้ก่อนล่วงหน้า

อย่างไรก็ตามอย่าปล่อยให้ค่าเล่าเรียนของมหาวิทยาลัยในประเทศสหรัฐอเมริกาทำให้คุณกลัวและเลิกล้มความตั้งใจ! การที่คุณได้มาทำการศึกษาในประเทศสหรัฐอเมริกาและมีความชำนาญทางด้านภาษาอังกฤษจะเป็นหนทางให้คุณไปสู่ความสำเร็จในด้านอาชีพการงานที่มีค่าตอบแทนสูง ซึ่งสามารถช่วยจ่ายเงินค่าเล่าเรียนคืนให้กับคุณมากกว่าที่คุณได้เสียไปหลายเท่า

สำหรับงบประมาณเพื่อการศึกษาในประเทศสหรัฐอเมริกาของคุณนั้น คุณอาจจะต้องพึ่งพาความช่วยเหลือทางการเงินจากโครงการให้เงินทุนช่วยเหลือ ทุนการศึกษา การกู้ยืมเงินจากธนาคาร หรือจากการทำงานและเรียนไปด้วย ให้ใช้เวลาในการค้นหาผู้สนับสนุนทางการเงินเพื่อการศึกษาของคุณ

ทุนการศึกษา

มีวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยเพียงไม่กี่แห่งในประเทศสหรัฐอเมริกาที่สามารถให้การสนับสนุนทางการเงินแก่นักเรียนชาวต่างชาติได้ ดังนั้นคุณและครอบครัวของคุณจึงจำเป็นต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการศึกษา ค่าอาหาร และค่าใช้จ่ายส่วนตัวของคุณทั้งหมด ทุนการศึกษามีหลายประเภทและแต่ละทุนจะมีจำนวนเงินทุนที่แตกต่างกันออกไป

ซึ่งคุณสามารถนำมาช่วยเป็นค่าใช้จ่ายในการศึกษาได้เพียงส่วนหนึ่งเท่านั้นคุณสามารถกรอกแบบฟอร์มขอรับทุนการศึกษาจากทางสถาบันการศึกษาได้ แต่คุณควรจะยื่นคำร้องขอทุนการศึกษาจากครอบครัว รัฐบาล สถาบันการศึกษาของคุณ และองค์กรต่าง ๆ ที่คุณเป็นสมาชิกภายในประเทศของคุณเสียก่อน เพราะนอกจากที่คุณจะลดจำนวนคู่แข่งขอทุนของคุณที่มาจากทั่วทุกมุมโลกแล้ว ถ้าทุนการศึกษาของคุณมาจากภายในประเทศของคุณเอง คุณอาจจะทำเรื่องขอทุนได้ง่ายกว่าอีกด้วย

การกู้ยืมเงิน

การกู้ยืมเงินเพื่อการศึกษาสามารถเปิดโอกาสให้นักศึกษาชาวต่างชาติเข้ามาทำการศึกษาในประเทศสหรัฐอเมริกาได้ และนักศึกษาชาวต่างชาติก็สามารถกู้ยืมเงินเพื่อการศึกษาได้จากสถาบันทางการเงินหลายแห่ง นักศึกษาชาว อเมริกันหลายคนก็ต้องกู้ยืมเงินมาทำการศึกษาเหมือนกัน แต่คุณควรทำการ ค้นคว้าหาทางเลือกอื่นก่อน เพราะว่าถ้าคุณไม่เป็นหนี้ใครเลยก็ดีกว่า ถ้าคุณรวบรวมเงินได้ไม่พอจริง ๆ จึงค่อยทำการขอกู้ยืมเงินในส่วนที่ขาดไปเท่านั้น ควรพิจารณาเปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยเงินกู้เพื่อหาอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำที่สุด

สำหรับการจ่ายเงินคืนในระยะยาว การศึกษาคือการลงทุนอย่างหนึ่ง และสิ่งที่คุณจะได้รับกลับคืนมาก็คือ การมีอำนาจและมีอาชีพที่ดีในอนาคต

การทำงานและเรียนไปด้วย

ที่มหาวิทยาลัยและวิทยาลัยในประเทศสหรัฐอเมริกามีจำนวนนักศึกษาโดยประมาณร้อยละ 75 เปอร์เซ็น ที่ทำการศึกษาแบบเต็มเวลาและทำงานพาร์ทไทม์ไปด้วย หากคุณมาศึกษาที่ประเทศสหรัฐอเมริกาในฐานะนักศึกษาแลกเปลี่ยนหรือทำการศึกษาอยู่ในหลักสูตรระยะสั้น มีแนวโน้มว่าคุณจะได้วีซ่านักเรียนประเภท F-1 ซึ่งอนุญาตให้คุณทำงานได้ในระหว่างที่ทำการศึกษา แต่วีซ่าประเภทนี้มีข้อจำกัดชั่วโมงการทำงานของคุณ ดังนั้นคุณควรต้องหางานทำเพิ่มขึ้นเพื่อเก็บเงินในขณะที่คุณยังอยู่ในประเทศของคุณ

ถ้าคุณสามารถหางานทำได้ในระหว่างการศึกษา คุณต้องแน่ใจว่าคุณจะไม่ทำงานและเรียนจนหนักเกินไปเพราะเหตุผลที่คุณมาประเทศสหรัฐอเมริกาก็เพื่อการศึกษา ให้คุณสนุกเพลิดเพลินไปกับการศึกษาในชั้นเรียนของคุณ แต่อย่างไรก็ตามข้อดีของการทำงานพาร์ทไทม์คือทำให้คุณมีเงินพิเศษใช้เพิ่มขึ้น และได้ประสบการณ์ในการทำงานในสถานที่จริง ดังนั้นคุณควรทำทุกอย่างด้วยความพอดี

การสอบเข้ามหาวิทยาลัย : 500 เหรียญดอลล่าร์สหรัฐ

ค่าใช้จ่ายในการทำข้อสอบเข้ามหาวิทยาลัยหรือวิทยาลัย เช่น SAT, TOEFL และ GMAT อยู่ที่ประมาณ 50 - 500 เหรียญดอลล่าร์สหรัฐ และอาจมีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมสำหรับการดำเนินการ การประมวลผล และการส่งคะแนนของคุณไปที่สถาบันการศึกษา เป็นต้น คุณควรจัดเตรียมค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในการทำข้อสอบในกรณีที่คุณต้องทำการสอบมากกว่าหนึ่งครั้ง และคุณควรทำการทดสอบล่วงหน้า เพื่อที่ทางสถาบันจะได้รับคะแนนของคุณก่อนที่วันสิ้นสุดการรับสมัคร และคุณจะต้องเสียค่าธรรมเนียมการส่งเพิ่มเติมเพื่อให้ได้ผลคะแนนของคุณไปถึงทางสถาบันเร็วขึ้น

ค่าธรรมเนียมการสมัคร: 250 - 600 เหรียญดอลล่าร์สหรัฐ

ค่าธรรมเนียมการสมัครมีราคาตั้งแต่ 50 – 75 เหรียญดอลล่าร์สหรัฐ โดยจะครอบคลุมค่าลงทะเบียนและค่าดำเนินการสมัคร นักศึกษาส่วนใหญ่จะทำการยื่นใบสมัครไปยังสถาบันการศึกษาเป็นจำนวนสี่ถึงสิบแห่งต่อครั้ง

ค่าเล่าเรียน: 2,200 - 40,980 เหรียญดอลล่าร์สหรัฐ

ค่าใช้จ่ายในการเรียนการสอนจะมีความแตกต่างกันเป็นอย่างมากขึ้น ทั้งนี้อยู่กับโรงเรียนที่เลือกและสถานที่ตั้งของโรงเรียน โดยทั่วไปแล้วค่าเล่าเรียนโดยเฉลี่ยจะตกอยู่ที่ 2,200 - 40,980 เหรียญดอลล่าร์สหรัฐ และโรงเรียนสอนภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สอง(ESL) และวิทยาลัยชุมชนจะมีค่าเล่าเรียนที่ถูกกว่ามหาวิทยาลัยหรือวิทยาลัย สถาบันการศึกษาของรัฐบาลซึ่งได้เงินสนับสนุนจากรัฐบาลท้องถิ่นและรัฐบาลของประเทศสหรัฐอเมริกาจะมีค่าเล่าเรียนที่ต่ำกว่าค่าเล่าเรียนของมหาวิทยาลัยหรือวิทยาลัยเอกชน อย่างไรก็ตามสถาบันการศึกษาของรัฐบาลจะคิดค่าเล่าเรียนกับนักศึกษาชาวต่างชาติสูงกว่านักศึกษาที่เป็นชาวอเมริกัน ดังนั้นนักศึกษาชาวต่างชาติจึงควรเก็บเงินเผื่อการแปรผันของค่าเล่าเรียน ซึ่งโดยทั่วไปจะมีการแปรผันประมาณห้าเปอร์เซ็นของค่าเล่าเรียนเดิม นักศึกษาสามารถเข้าไปดูข้อมูลเปรียบเทียบค่าเล่าเรียนระหว่างสถาบันต่าง ๆ ได้ที่เว็บไซต์ collegeboard.com

ค่าที่พักและอาหาร: 8,060 - 11,890 เหรียญดอลล่าร์สหรัฐ

ในปีการศึกษาแรก นักศึกษาส่วนใหญ่เลือกพักอาศัยอยู่ในหอพักธรรมดาหรือหอพักนักศึกษาในวิทยาเขต บางโรงเรียนก็มีกฎให้นักศึกษาในปีการศึกษาแรกอาศัยอยู่ในหอพักนักศึกษา นักศึกษาจะต้องพักอยู่กับเพื่อนร่วมห้องจำนวนหนึ่งหรือสองคน ซึ่งเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะทำให้คุณและเพื่อน ๆ ได้ทำความรู้จักกันและชวนกันออกไปสำรวจภายในมหาวิทยาลัยหรือวิทยาลัยด้วยกัน นอกจากนี้ยังมีตัวเลือกที่พักหลายตัวเลือกในมหาวิทยาลัยสำหรับนักศึกษาที่เป็นคู่สมรส และครอบครัวอีกด้วย

ค่าครองชีพในพื้นที่แถบชนบทจะถูกกว่าค่าครองชีพในเมืองใหญ่ ๆ แต่ในเมืองใหญ่และสถาบันสอนภาษาอังกฤษที่ตั้งอยู่ในเมืองใหญ่นั้น นักศึกษาสามารถใช้ชีวิตภายนอกมหาวิทยาลัยได้อย่างประหยัดมากกว่า สัญญาการเช่าในประเทศสหรัฐอเมริกากำหนดให้ผู้เช่าจ่ายค่าเช่าของเดือนแรกและเดือนสุดท้ายพร้อมกับเงินประกันค่าเสียหายไว้ล่วงหน้า

ไม่ว่าคุณจะเลือกที่อยู่อาศัยแบบไหน ก่อนการย้ายเข้าคุณต้องสำรวจดูอย่างละเอียดและบันทึกความเสียหายที่มีอยู่ก่อนหน้านี้แล้วพร้อมกันกับผู้ให้เช่า และตรวจสอบให้แน่ใจว่าในใบสัญญาเช่าระบุเงื่อนไขและข้อกำหนดการเช่าให้มีการคืนเงินประกันความเสียหายของคุณด้วย หากคุณไม่เข้าใจบางอย่างในสัญญาเช่า ให้ขอความช่วยเหลือจากเพื่อนของคุณ มันเป็นสิ่งสำคัญที่คุณควรทำความเข้าใจกับสิ่งที่คุณกำลังจะลงนาม: ไม่ควรรีบเร่งลงนามเพราะผู้ให้เช่ากำลังรออยู่

อีกตัวเลือกหนึ่งที่นักศึกษาหลาย ๆ คนชอบ ก็คือการพักอาศัยอยู่กับครอบครัวชาวอเมริกันหรือที่เรียกกันว่า ”โฮมสเตย์” ถ้าสถาบันการศึกษาของคุณมีบริการหาที่พักให้แก่นักศึกษา คุณสามารถขอใช้บริการได้ หรือถ้าทางสถาบันการศึกษาของคุณไม่มีบริการนี้ คุณสามารถขอรายชื่อบริษัทที่ให้บริการหาที่พักแก่นักศึกษาจากทางสถาบันได้ อย่ากลัวที่จะขอคำแนะนำ

การอาศัยอยู่แบบโฮมสเตย์นั้น เจ้าของบ้านจะเป็นผู้จัดอาหารเช้าและเย็นให้คุณทานพร้อมกันกับทุกคนในครอบครัว และคุณจะได้พักอยู่ในห้องคนเดียวหรืออาจจะต้องแชร์กับคนในบ้าน การอาศัยอยู่กับครอบครัวชาวอเมริกันเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับนักศึกษาที่อายุยังน้อย และไม่ชินกับการใช้ชีวิตอยู่ตามลำพัง นอกจากนี้ยังเป็นวิธีการฝึกพูดภาษาอังกฤษและเรียนรู้วัฒนธรรมของชาวอเมริกันได้ที่ดีที่สุดอีกด้วย

ข้อเท็จจริง :

  • 75% ของนักศึกษาที่ทำการศึกษาแบบเต็มเวลาที่มหาวิทยาลัยและวิทยาลัยในประเทศสหรัฐอเมริกาทำงานพาร์ทไทม์ ไปด้วย

ค่าใช้จ่าย:

  • ค่าสอบเข้า: 500 เหรียญดอลล่าร์สหรัฐ
  • ค่าธรรมเนียมการสมัคร: 250 - 600 เหรียญดอลล่าร์สหรัฐ
  • ค่าเล่าเรียน: 2,200 - 40,980 เหรียญดอลล่าร์สหรัฐ
  • ค่าที่พักและอาหาร: 8,060 - 11,890 เหรียญดอลล่าร์สหรัฐ
  • ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง: 500 - 3,000 เหรียญดอลล่าร์สหรัฐ
  • ค่าหนังสือและอุปกรณ์การเรียน: 900 - 1,300 เหรียญดอลล่าร์สหรัฐ
  • ค่าประกันสุขภาพ: 350 – 1,500 เหรียญดอลล่าร์สหรัฐ
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัว: 2,500 เหรียญดอลล่าร์สหรัฐ

*ที่มา: คณะกรรมการวิทยาลัย, การสำรวจประจำปีของวิทยาลัย

ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง: 500 - 3,000 เหรียญดอลลาร์สหรัฐ

ในการคำนวณค่าใช้จ่ายในการเดินทางของท่านนั้น ท่านควรตรวจสอบราคาตั๋วเครื่องบินจากประเทศของท่านไปยังประเทศสหรัฐอเมริกา และเนื่องจากขนาดของประเทศสหรัฐอเมริกา จึงทำให้ค่าใช้จ่ายในการเดินทางภายใน ประเทศสหรัฐอเมริกานั้นมีความแตกต่างกันออกไป ท่านควรคาดการณ์ไว้ว่าการเดินทางทางอากาศภายในประเทศสหรัฐอเมริกาจะมีราคาตั้งแต่ประมาณ 160 ไปจนถึง 700 เหรียญดอลลาร์สหรัฐต่อตั๋วเครื่องบินไป - กลับหนึ่งใบ

ค่าหนังสือและอุปกรณ์: 900 - 1,300 เหรียญดอลล่าร์สหรัฐ

คุณต้องรับผิดชอบค่าหนังสือ สมุด คอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์การศึกษาอื่น ๆ ด้วยตัวเอง ค่าใช้จ่ายสำหรับหนังสือและอุปกรณ์การศึกษาในแต่ละปี คาดว่าประมาณ 1,000 เหรียญดอลล่าร์สหรัฐ ถ้าเป็นไปได้เช่าหรือซื้อหนังสือมือสอง คุณสามารถหาซื้อได้ที่เว็บไซต์ เช่น efollet.com และ amazon.com เป็นต้น การซื้อหนังสือมือสองนี้เป็นทางเลือกที่ดีที่จะช่วยให้คุณประหยัดเงินได้มากขึ้น และคุณยังสามารถขายหนังสือต่อได้เมื่อศึกษาจบหลักสูตรแล้วอีกด้วย นอกจากนี้ มีร้านหนังสือหลายแห่งที่รับซื้อหนังสือคืน ซึ่งเป็นวิธีที่สะดวกสำหรับแต่ทางร้านจะดูสภาพหนังสือและปีที่ตีพิมพ์ด้วย คุณสามารถขายหนังสือของคุณทางออนไลน์ได้ด้วย

ค่าประกันสุขภาพ 350 - 1,500 เหรียญดอลล่าร์สหรัฐ

ในฐานะที่คุณเป็นนักศึกษาชาวต่างชาติในประเทศสหรัฐอเมริกา คุณจะต้องมีการประกันสุขภาพ คุณสามารถทำการค้นหาซื้อประกันสุขภาพ หรือขอซื้อประกันสำหรับนักศึกษาชาวต่างชาติผ่านวิทยาลัยหรือมหาวิทยาลัยที่คุณต้องการที่จะเข้าทำการศึกษาได้ คุณสามารถเปรียบเทียบราคาและบริการต่าง ๆ ของบริษัทและองค์กรอื่น ๆ ผ่านทางสถาบันการศึกษาของคุณ ควรตรวจดูให้แน่ใจว่าบริษัทประกันภัยและความคุ้มครองของคุณตรงตามที่ทางสถาบันการศึกษาของคุณกำหนดไว้หรือไม่ นอกจากนี้มหาวิทยาลัยและวิทยาลัยส่วนใหญ่ในประเทศสหรัฐอเมริกามีศูนย์การแพทย์ที่ให้บริการตรวจและรักษาอาการบาดเจ็บและอาการเจ็บป่วยที่ไม่ร้ายแรงแก่นักศึกษา โดยคิดค่าธรรมเนียมที่ไม่แพง และทางมหาวิทยาลัยยังมีศูนย์ให้คำปรึกษาทางการแพทย์ไว้บริการนักศึกษาอีกด้วย แต่บริการเหล่านี้ไม่สามารถนำมาทดแทนประกันสุขภาพได้

ค่าใช้จ่ายส่วนตัว: 2,500 เหรียญดอลล่าร์สหรัฐ

แน่นอนว่าคุณต้องมีของที่คุณใช้เป็นประจำเหมือนตอนที่อยู่บ้านของคุณเอง เช่น ของใช้ส่วนตัว, ยา, เงินสำหรับค่าซักผ้า, ค่าซักแห้ง, ค่าเดินทาง, สำหรับการไปเที่ยวพักผ่อน, การบันเทิง เป็นต้น โดยส่วนใหญ่แล้วผู้คนในประเทศสหรัฐอเมริกาไม่มีความจำเป็นในการพกเงินสดติดตัว และเราไม่แนะนำให้พกเงินสดติดตัวเป็นจำนวนมาก เพราะทุกคนสามารถทำการซื้อสินค้าส่วนใหญ่ ได้โดยการใช้บัตรเดบิตหรือบัตรเครดิต

อย่าปล่อยให้เรื่องเงินทำให้คุณเครียด! จำไว้ว่าคุณมาประเทศสหรัฐอเมริกาเพื่อทำการศึกษาและหาความสนุกสนานให้กับตัวคุณเอง ดังนั้นเงินบางส่วนของคุณจะถูกใช้ไปกับกิจกรรมที่สนุกสนาน เช่น การสั่งพิซซ่ามาทาน และออกไปเต้นรำ บางทีคุณอาจจะอยากใช้เงินสิ้นเปลืองไปกับการซื้อเสื้อยืด I Love New York หรือกางเกงยีนส์ยี่ห้อ Levi’s คุณต้องทำการประหยัดและการออกไปหาความสนุกสนานใส่ตัวให้สมดุลกัน และมาการศึกษาในต่างประเทศของคุณจะให้ประสบการณ์ที่ดีแก่คุณ และคุณจะประสบความสำเร็จทางการเงินอย่างแน่นอน!

*ข้อมูลค่าใช้จ่ายจากคณะกรรมการวิทยาลัยและ eduPASS

ค่าเล่าเรียนโดยเฉลี่ย แยกตามประเภทของสถาบันการศึกษาของปี ค.ศ. 2016– 2017

  • สถาบันการศึกษาของรัฐบาลสองปี : 3,520 เหรียญดอลล่าร์สหรัฐ
  • สถาบันการศึกษาของรัฐบาลสี่ปี : 24,930 เหรียญดอลล่าร์สหรัฐ
  • สถาบันการศึกษาของเอกชนสี่ปี : 33,480 เหรียญดอลล่าร์สหรัฐ

ค่าที่พักและอาหารโดยเฉลี่ย แยกตามประเภทของสถาบันของปี ค.ศ. 2016 – 2017

  • สถาบันการศึกษาของรัฐบาลสองปี : 8,060 เหรียญดอลล่าร์สหรัฐ
  • สถาบันการศึกษาของรัฐบาลสี่ปี : 10,440 เหรียญดอลล่าร์สหรัฐ
  • สถาบันการศึกษาของเอกชนสี่ปี : 11,890 เหรียญดอลล่าร์สหรัฐ

เคล็ดลับจากนักศึกษา :

“ฉันสร้างแผ่นสเปรดชีตไว้ในคอมพิวเตอร์ของฉันตั้งแต่ตอนแรกเลย เพราะเป็นวิธีการป้องกันปัญหาเมื่อฉันทำแผนงบประมาณสำหรับเดือนต่อไปค่ะ”

- Ligia Maciel จากประเทศบราซิล กำลังศึกษาอยู่ในหลักสูตรวิชาการจัดการโรงแรมและที่พัก ที่วิทยาลัยชุมชน Central Pennsylvania

 

“เมือง San Francisco เป็นเมืองที่มีค่าครองชีพสูงมาก ดังนั้นคุณจำเป็นต้องวางแผนล่วงหน้าและระมัดระวังในการใช้จ่าย นอกจากนี้คุณยังจำเป็นที่จะต้องหากิจกรรมสนุก ๆ ที่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายทำภายนอกมหาวิทยาลัยอีกด้วยค่ะ”

- Romina Ruiz จากประเทศเม็กซิโก กำลังศึกษาหลักสูตรติวเข้มภาษาอังกฤษอยู่ที่มหาวิทยาลัย San Francisco

 

“ผมทำงานเป็นผู้ช่วยผู้จัดการที่พัก และผมเป็นนักศึกษาที่ทำงานไปด้วยครับ ผมจัดการกับการเงินของผมให้มีความสมดุลกัน จึงทำให้ผมมีเงินพิเศษเพิ่มขึ้นสำหรับใช้จ่ายในวันหยุดครับ”

- Loannis Tsangaris จากประเทศไซปรัส กำลังศึกษาหลักสูตรเทคโนโลยีสารสนเทศและการจัดการระบบข้อมูลที่มหาวิทยาลัย Fairleigh Dickinson รัฐ New Jersey

 

“ฉันทำงานเก็บเงินมาเป็นเวลานาน และรัฐบาลของฉันก็ให้ความช่วยเหลือในค่าใช้จ่ายบางส่วนค่ะ ฉันพักอยู่กับครอบครัวโฮมสเตย์จึงทำให้ฉันประหยัดได้เยอะเลยค่ะ เพราะเจ้าของบ้านจะเตรียมอาหารเย็นไว้สำหรับฉันด้วย ฉันจึงไม่ต้องกังวลเรื่องค่าอาหารค่ะ”

- Maria Kanerva จากประเทศฟินแลนด์ นักศึกษาหลักสูตรวิชาการบริหารธุรกิจที่มหาวิทยาลัยแห่งรัฐ California เมือง San Marcos เธอเป็นสมาชิกของสถาบันภาษาและวัฒนธรรมของชาวอเมริกันด้วย

 

“ครอบครัวของผมต้องจ่ายเงินค่าเล่าเรียนของผมทั้งหมด เพราะผมเป็นนักศึกษาชาวต่างชาติจึงไม่สามารถทำงานในประเทศสหรัฐอเมริกาได้ครับ อย่างไรก็ตามนักศึกษาชาวต่างชาติก็ยังสามารถทำงานเล็กน้อย ๆ ได้อยู่ภายในมหาวิทยาลัย และค่าตอบแทนที่ผมได้รับก็เพียงพอกับค่าใช้จ่ายประจำวันของผมครับ”

- Xujie Zhao จากประเทศจีน กำลังศึกษาหลักสูตรเครือข่ายคอมพิวเตอร์อยู่ที่สถาบันเทคโนโลยี Wentworth

"ผมเคยทำแต่งานที่อยู่ภายในมหาวิทยาลัยและฝึกงานที่ได้รับค่าตอบแทนมาโดยตลอด ซึ่งมันเป็นประโยชน์อย่างมากเพราะผมสามารถนำเงินที่ได้จากการทำงานมาใช้ในการเดินทางและทำสิ่งต่าง ๆ ที่ผมต้องการได้นอกเหนือจากการศึกษาภายในสถาบัน" Hendrik van der Zandt จากประเทศเยอรมนี กำลังศึกษาด้านการเงินและธุรกิจระหว่างประเทศอยู่ที่มหาวิทยาลัย Marquette

Show More

Jennifer Privette เป็นบรรณาธิการและผู้ช่วยผู้จัดพิมพ์ของ Study in the USA และ StudyUSA.com

SUSA_img_200x55.jpg
ดาวน์โหลดนิตยสาร Study in the USA ®