ขั้นตอนการสมัครขอเข้าเรียนของ Study in the USA

ขั้นตอนการสมัครขอเข้าเรียนของ Study in the USA

ขั้นที่หนึ่ง: รวบรวมข้อมูลการสมัคร 

*ข้อแนะนำ: ท่านควรทำการสมัครขอเข้าเรียนไว้ล่วงหน้าแต่เนิ่น ๆ  เพื่อถ้าหากว่าสถาบันที่ท่านเลือกไว้เป็นอันดับแรกไม่ยอมรับท่านเข้าเรียนท่านยังจะมีเวลาเพียงพอในการสมัครขอเข้าเรียนที่สถาบันการศึกษาอื่นต่อไป

ท่านต้องมีข้อมูลดังต่อไปนี้ในการสมัครขอเข้าเรียนผ่าน Study in the USA  และท่านควรรวบรวมข้อมูลให้พร้อมก่อนเร่ิมต้นทำการสมัครเพื่อช่วยให้การสมัครเป็นไปได้อย่างราบรื่น

  • ข้อมูลส่วนตัว—รวมไปถึงชื่อนามสกุล, อายุ, ที่อยู่, ประวัติครอบครัว, สถานที่เกิด, สัญชาติ และอื่น ๆ 
  • ข้อมูลทางด้านวิชาการ—ระดับการศึกษาล่าสุดของท่านซึ่งรวมไปถึงผลการสอบด้วย
  • ข้อมูลทางการเงิน—ใบสมัครส่วนใหญ่จะถามเกี่ยวกับแหล่งที่มาของเงินทุนการศึกษาและค่าใช้จ่ายของท่าน
  • ข้อมูลทางด้านวีซ่า—ทางสถาบันต้องการทราบว่าท่านจะสมัครขอวีซ่าประเภทใด โดยส่วนใหญ่แล้วจะเป็นวีซ่า  F-1 

ขั้นที่สอง: การส่งใบสมัคร

เมื่อท่านเลือกสถาบันการศึกษาสามถึงห้าสถาบันแล้ว (เริ่มต้นสมัครขอเข้าเรียนสามถึงห้าสถาบันก่อน ท่านอาจสามารถทำการสมัครขอเข้าเรียนที่สถาบันอื่นได้ในภายหลัง) คลิกปุ่ม “APPLY” ที่อยู่ในหน้าโปรไฟล์ของสถาบัน จำไว้ว่าท่านสามารถบันทึกสถาบันการศึกษาที่ท่านชื่นชอบได้ผ่านการใช้บัญชี StudyUSA ของท่าน 

กรอกข้อมูลที่จำเป็นและชำระค่าธรรมเนียมการสมัคร (หากระบุไว้) เมื่อทำตามขั้นตอนดังกล่าวเสร็จแล้ว ใบสมัครของท่านจะถูกส่งไปยังสำนักงานฝ่ายทะเบียนของทางสถาบันโดยตรง 

ขั้นที่สาม: ชำระค่าธรรมเนียมและส่งใบสมัคร

เมื่อท่านกรอกข้อมูลที่จำเป็นในการสมัครเสร็จเรียบร้อยแล้ว ท่านจะต้องชำระค่าธรรมเนียมการสมัคร (หากระบุไว้)
ใบสมัครที่ได้รับการกรอกข้อมูลอย่างครบถ้วนจะถูกส่งไปยังสำนักงานทะเบียนของสถาบันที่ท่านเลือกไว้โดยตรง

ขั้นที่สี่: ใบสมัครของท่านจะได้รับการเริ่มต้นพิจารณา 

เมื่อทางสถาบันการศึกษาได้รับใบสมัครของท่านแล้ว ฝ่ายทะเบียนจะเริ่มต้นกระบวนการพิจารณา ท่านจะได้รับอีเมลตอบกลับภายในสองถึงสามวันหลังจากวันที่ส่งใบสมัคร หากท่านไม่ได้รับการติดต่อกลับจากทางสถาบันภายในหนึ่งสัปดาห์ กรุณาติดต่อ StudyUSA.com นอกเหนือไปจากนี้แล้วท่านเองก็ควรติดต่อสำนักงานฝ่ายทะเบียนของสถาบันโดยตรงเพื่อให้แน่ใจว่าทางสถาบันได้รับใบสมัครของท่านแล้ว 

ขั้นที่ห้า: ส่งเอกสารเพิ่มเติมให้กับสถาบัน

ทางสถาบันจะทำการติดต่อกลับมาหาท่านพร้อมกับคำสั่งต่อไป และท่านจะต้องส่งเอกสารเพิ่มเติมให้แก่ทางสถาบัน ท่านจะต้องทำตามคำสั่งจากทางสถาบันอย่างเคร่งครัด 

* จำไว้เสมอว่ามหาวิทยาลัย, วิทยาลัย และสถาบันสอนภาษาทุกแห่งมีมาตรฐานและกฎเกณฑ์การสมัครเข้าเรียนที่ไม่เหมือนกัน

ท่านอาจจะต้องส่งเอกสารเพิ่มเติมดังต่อไปนี้:

  • สำเนาหนังสือเดินทางของท่าน 
  • สำเนาบัญชีธนาคารของท่าน
  • ใบรับรองผลการศึกษาอย่างเป็นทางการและผลการสอบ
  • ท่านอาจจะต้องเขียนเรียงความส่วนตัวและ/หรือส่งจดหมายแนะนำ

ขั้นที่หก:  ส่งเอกสารที่ต้องการ

ส่งเอกสารที่ทางสถาบันต้องการและชำระค่าธรรมเนียมต่าง ๆ โดยเร็วที่สุดเท่าที่ท่านจะสามารถทำได้

เจ็ดขั้นตอน: สมัครขอวีซ่านักเรียน 

ขอแสดงความยินดีกับท่านด้วยที่ทางสถาบันที่ท่านเลือกได้ยอมรับท่านเข้าทำการเรียน ท่านควรเก็บรักษาจดหมายยอมรับเข้าเรียนไว้เป็นอย่างดีเนื่องจากท่านจะต้องนำมาใช้ในการสมัครขอแบบฟอร์มอื่น ๆ และใช้ในวันสัมภาษณ์ขอวีซ่าของท่าน 

SEVP (Student and Exchange Visitor Program) จะส่งแบบฟอร์ม I-20 ไปให้ท่านกรอก  มันเป็นส่ิงสำคัญอย่างยิ่งที่ท่านจะต้องทำการตรวจสอบให้แน่ใจว่าชื่อนามสกุลและการสะกดคำของท่านในแบบฟอร์ม I-20, จดหมายตอบรับ และหนังสือเดินทางนั้นเหมือนกัน หากมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นที่ใดท่านควรแจ้งให้ฝ่ายทะเบียนของสถาบันทราบเพื่อทำการแก้ไขโดยทันทีและขอแบบฟอร์ม I-20 ใหม่ที่ได้รับการแก้ไขแล้ว

ท่านต้องนำแบบฟอร์ม I-20 ที่กรอกเสร็จสมบูรณ์แล้วไปสัมภาษณ์ขอวีซ่าด้วย 

ข้อแนะนำท่านควรเริ่มต้นกระบวนการสมัครขอวีซ่าอย่างน้อยสามเดือนก่อนการเดินทางไปยังประเทศสหรัฐอเมริกา 

ขั้นตอนที่แปด:  เตรียมตัวเดินทางและจัดหาที่พัก

ท่านควรจะประสานงานกับทางสถาบันในด้านการเดินทางและการจัดหาที่พักของท่าน ทางสถาบันจะคอยให้ความช่วยเหลือแก่ท่าน ดังนั้นท่านจึงไม่ต้องกลัวที่จะถามคำถามต่าง ๆ 

 

ขอให้ท่านโชคดี!

 

Show More

SUSA_img_200x55.jpg
Download Study in the USA ® Magazines