วิธีการขอวีซ่านักเรียนของประเทศสหรัฐอเมริกา

บทความโดย โดย

วิธีการต่อไปนี้จะช่วยให้กระบวนการยื่นใบสมัครขอวีซ่านักเรียนของคุณเรียบง่ายและประสบผลสำเร็จ

เคล็ดลับสู่ความสำเร็จในการสัมภาษณ์ขอวีซ่าของคุณ

การขอวีซ่าเพื่อเข้าไปทำการศึกษาในประเทศสหรัฐอเมริกานั้นจะใช้เวลานานหน่อย แต่สามารถกลายเป็นกระบวนการที่ง่ายและคุ้มค่ากับความพยายามได้ ตัวเลขของวีซ่านักเรียนที่ประเทศสหรัฐอเมริกาได้ออกให้กับนักศึกษาเมื่อปีที่ผ่านมานั้นมีจำนวนสูงขึ้นในหลายประเทศ

หลังจากที่คุณได้รับการยอมรับให้เข้าศึกษาที่โรงเรียนในประเทศสหรัฐอเมริกาแล้ว คุณจะต้องกรอกใบสมัครขอวีซ่าผ่านทางออนไลน์ซึ่งจะเป็นตัวอนุญาตให้คุณสามารถสมัครขอวีซ่านักเรียนเพื่อที่จะสามารถเดินทางไปศึกษาที่ประเทศสหรัฐอเมริกาได้ ถึงแม้ว่ากระบวนการยื่นใบสมัครขอวีซ่าสำหรับนักศึกษาชาวต่างชาติหรือบุคคลแลกเปลี่ยนนั้นอาจจะยุ่งยากและซับซ้อน แต่ก็มีนักศึกษาหลายร้อยหลายพันคนที่สามารถแสดงคุณสมบัติที่ต้องการในการสมัครขอวีซ่าได้ทุกปี และในปีที่ผ่านมามีผู้ได้รับวีซ่านักเรียนประเภท F-1 ทั้งหมด 534,298 คน

คำจำกัดความของวีซ่า

ประเทศสหรัฐอเมริกาออกวีซ่าหลายประเภทให้กับนักศึกษา นักศึกษาเต็มเวลาจะได้วีซ่าประเภท F-1 หรือวีซ่าประเภท M-1

ส่วนคู่สมรสและบุตรของนักศึกษาจะได้วีซ่าประเภท F-2 หรือวีซ่าประเภท M-2

บุคคลแลกเปลี่ยนจะได้วีซ่าประเภท J-1

บุคคลแลกเปลี่ยนหลายคนเดินทางมาที่ประเทศสหรัฐอเมริกาเพื่อมาประชุมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น, มาฝึกงาน, มาทำการวิจัยค้นคว้าหรือมาสอน, บ้างก็มาเพื่อทำงานแบบชั่วคราว หรือ Au Pair

หลังจากที่วิทยาลัย มหาวิทยาลัย หรือโรงเรียนสอนภาษาอังกฤษได้ยอมรับนักศึกษาเข้ามาเป็นนักศึกษาแบบเต็มเวลาแล้ว ทางโรงเรียนจะส่งแบบฟอร์มที่เรียกว่า I-20 ไปให้นักศึกษาเพื่อใช้ในการยื่นขอวีซ่าประเภท F-1

ถ้าคุณจะมาเป็นบุคคลแลกเปลี่ยน คุณต้องให้ผู้สนับสนุนของคุณไม่ว่าจะเป็นองค์กรหรือตัวแทนรัฐบาลของประเทศสหรัฐอเมริกา ส่งแบบฟอร์ม DS-2019 มาให้คุณเพื่อใช้ในการยื่นขอวีซ่าประเภท J-1

ขั้นแรก ทางโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยจะส่งเอกสารไปให้นักศึกษาเพื่อแสดงถึงการยอมรับนักศึกษาเข้าศึกษาในสถานบันที่ได้รับการอนุญาตจาก U.S. Citizenship and Naturalization Service (USCIS) ว่าสามารถรับนักศึกษาชาวต่างชาติเข้าเรียนได้ (คุณจะได้อ่านและลงลายมือชื่อในแบบฟอร์ม I-20 สำหรับวีซ่าประเภท F-1 หรือแบบฟอร์ม DS-2019 สำหรับวีซ่าประเภท J-1)

ควรตรวจทานใบสมัครขอเข้ารับการศึกษาในโรงเรียนให้ดีว่าชื่อและการสะกดชื่อถูกต้องตรงตามที่เขียนไว้ในหนังสือเดินทางทุกประการ และควรตรวจว่าทางโรงเรียนได้เขียนชื่อของคุณลงในแบบฟอร์ม I-20 หรือในแบบฟอร์ม DS-2019 ถูกต้องตามที่เขียนไว้ในหนังสือเดินทางหรือไม่

ขั้นที่สอง คุณต้องทำการนัดหมายวันสัมภาษณ์ขอวีซ่าและชำระค่าธรรมเนียมต่างๆ นักศึกษาสามารถได้รับวีซ่านักเรียน 120 วัน ก่อนวันที่ที่ระบุไว้ในแบบฟอร์ม I-20 และสำหรับบุคคลแลกเปลี่ยนนั้นสามารถรับวีซ่าเมื่อไหร่ก็ได้ก่อนวันที่ระบุไว้ในแบบฟอร์ม DS-2019 อย่างไรก็ตาม คุณควรจะทำการสมัครขอวีซ่านักเรียนให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

สถานฑูตของประเทศสหรัฐอเมริกาทุกแห่งมีเว็บไซต์ที่ให้คำแนะนำต่างๆในการขอนัดหมายวันสัมภาษณ์ขอวีซ่าและให้ข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับกระบวนการสมัครขอวีซ่า ชื่อเว็บไซต์ของสถานฑูตในประเทศของคุณคือ: http://www.usembassy.gov/

คุณสามารถตรวจดูเวลารอวีซ่าในประเทศของคุณได้ที่เว็บไซต์นี้เช่นกัน ใบสมัครขอวีซ่านักเรียนสำหรับนักศึกษาชาวต่างชาตินั้นจะได้รับการพิจารณาก่อนวีซ่าประเภทใด และถ้าหลักสูตรของคุณเริ่มต้นทำการเรียนการสอนในเร็วๆนี้ คุณควรที่จะแจ้งทางสถานฑูตให้ทราบด้วย

คุณจะต้องชำระค่าธรรมเนียมเป็นจำนวนเงิน 200 เหรียญดอลล่าร์สหรัฐ ซึ่งเป็นค่าระบบคอมพิวเตอร์ที่บันทึกการอาศัยอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกาของคุณ เรียกว่า SEVIS คุณสามารถชำระค่าธรรมเนียมนี้ได้ผ่านทางเว็บไซต์ https://www.fmjfee.com/index.jhtml และควรเก็บใบเสร็จรับเงินไว้ด้วย คุณจะต้องชำระค่าธรรมเนียม SEVIS สามวันก่อนวันสัมภาษณ์ขอวีซ่าของคุณ

อีกทั้งคุณยังจะต้องชำระค่าธรรมเนียมของกระบวนการสมัครขอวีซ่าเพิ่มเติมเป็นจำนวนเงิน 160 เหรียญดอลล่าร์สหรัฐ ที่สถานฑูตหรือสถานกงศุลของประเทศสหรัฐอเมริกา หรือในธนาคารที่ทางสถานฑูตกำหนดไว้ ดูข้อมูลอื่นๆสำหรับค่าธรรมเนียมการขอวีซ่าได้ที่เว็บไซต์ของสถานฑูตในประเทศของคุณ

การย้ายถิ่นฐานโดยตรง หรือ Immigration Direct

คุณสามารถศึกษากระบวนการขอวีซ่านักเรียนของประเทศสหรัฐอเมริกาได้อย่างง่ายดาย โดยการศึกษาจากแผ่นดีวีดีที่มีหลายภาษาอยู่ในนั้น และ e-book ที่มีทั้งคำแนะนำและบอกขั้นตอนการสมัครต่างๆทีละขั้นตอน ทั้งนี้เพื่อช่วยคุณให้มีความเข้าใจกระบวนการสมัครขอวีซ่าที่ดี และช่วยคุณให้มีความพร้อมในการสมัครขอวีซ่า! วีซ่านักเรียน

ประเทศสหรัฐอเมริกาใช้แบบฟอร์ม DS-160 ซึ่งเป็นใบสมัครขอวีซ่าประเภท non-immigrant แบบใหม่ เปิดให้บริการแล้วทางออนไลน์ แบบฟอร์มนี้มาแทนแบบฟอร์มตัวอื่น ๆ ทุกตัว คุณสามารถเข้าไปดูวิธีการกรอกแบบฟอร์มทางออนไลน์และลิงค์ต่าง ๆ ได้ที่เว็บไซต์ http://www.travel.state.gov/visa/forms/forms_4230.html และเว็บไซต์ของสถานฑูตหรือสถานกงศุลประเทศสหรัฐอเมริกาในประเทศของคุณคือ http://www.usembassy.gov ไปดูที่ส่วนของ Visas และอ่านเกี่ยวกับกระบวนการล่าสุดที่ถูกต้องในการสมัครขอวีซ่าประเภท non-immigrant

กรอกแบบฟอร์ม DS-160 ผ่านทางออนไลน์และควรกรอกข้อมูลทั้งหมดให้ครบ จำไว้ว่าต้องเขียนชื่อให้ตรงกับที่บันทึกไว้ในหนังสือเดินทาง ทำการคัดลอกใบสมัครและนำติดตัวไปด้วยเวลาไปเข้าสัมภาษณ์ขอวีซ่าที่สถานฑูต

ขั้นที่สาม การเตรียมตัวไปสัมภาษณ์ สิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่จะต้องทำคือ การสมัครขอวีซ่าไว้ล่วงหน้าก่อนวันเริ่มต้นทำการเรียนการสอนที่โรงเรียน ถ้าเป็นไปได้คุณควรที่จะสมัครขอวีซ่านักเรียนสามเดือนล่วงหน้าก่อนวันเดินทาง เพราะถ้าหากมีความล่าช้าเกิดขึ้นที่สถานฑูต คุณก็ยังพอมีเวลาเหลืออยู่ หรือเอาไว้สำหรับยื่นเรื่องอุทธรณ์ขอวีซ่าอีกครั้งในกรณีที่โดนปฏิเสธ ผู้สมัครทุกคนจะถูกส่งรายชื่อไปเพื่อจุดประสงค์ของ Security clearance และในบางประเทศ นักศึกษาอาจจะถูกตรวจสอบเพิ่มเติม การทำกระบวนการตรวจสอบเพิ่มเติมนี้จะใช้เวลาเพิ่มถึงสองหรือสามสัปดาห์

ถ้าคุณต้องการที่จะทำการเยี่ยมเยียนหรือติดต่อสำนักงาน U.S. Department of State-affiliated advising center ในประเทศของคุณ ให้ไปดูที่เว็บไซต์ http://www.educationusa.info/centers.php เจ้าหน้าที่ของสำนักงานจะสามารถให้คำอธิบายกับคุณได้เกี่ยวกับค่าธรรมเนียมการขอวีซ่าและวิธีการนัดสัมภาษณ์ขอวีซ่า

หกเคล็ดลับที่จะทำให้คุณได้วีซ่า

  • ใส่ชุดสูทหรือชุดกระโปรง
  • ตอบให้ตรงคำถาม
  • นำหลักฐานรับรองสถานภาพทางการเงินหรือหนังสือรับรองการจ้างงานไปด้วย
  • ให้รายละเอียดเกี่ยวกับการวางแผนทางการศึกษาของคุณ
  • บอกความจริง
  • ทำใจให้สงบและทำตัวให้เป็นมืออาชีพ

เสื้อผ้าที่คุณสวมใส่นั้นมีความสำคัญอย่างยิ่ง ควรแต่งกายแบบเป็นทางการไปสัมภาษณ์ แต่งแบบนักธุรกิจ เพราะความประทับใจแรกที่ได้พบเจอกันนั้นมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากคุณจะได้ใช้เวลากับเจ้าหน้าที่เพียงเล็กน้อยในการสัมภาษณ์ และส่วนใหญ่การสัมภาษณ์จะใช้เวลาเพียงแค่สองสามนาทีแล้วเจ้าหน้าที่ก็จะทำการตัดสินใจ

ควรเตรียมตัวที่จะให้ข้อมูลของคุณกับเจ้าหน้าที่อย่างรวดเร็วและสมบูรณ์แบบ ถ้าคุณไม่สามารถตอบคำถามเป็นภาษาอังกฤษกับเจ้าหน้าที่สัมภาษณ์วีซ่า และเจ้าหน้าที่ไม่สามารถพูดภาษาของคุณได้ ให้ขอใช้บริการล่ามแปลภาษา การที่คุณสามารถพูดภาษาอังกฤษได้นั้นไม่ได้เป็นสิ่งที่จำเป็นในการขอวีซ่านักเรียน เนื่องจากนักศึกษาส่วนใหญ่เดินทางไปศึกษาในประเทศสหรัฐอเมริกาเพื่อศึกษาภาษาอังกฤษ

เจ้าหน้าที่สัมภาษณ์วีซ่าจะต้องรู้ว่าจุดประสงค์ในการไปศึกษาที่ประเทศสหรัฐอเมริกาของคุณนั้นคืออะไร ให้บอกเจ้าหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาเกี่ยวกับแผนการศึกษาของคุณและบอกให้ชัดเจน เจ้าหน้าที่ต้องการที่จะเห็นความซื่อสัตย์ และชอบการตอบคำถามที่ตรงกับคำถาม และเจ้าหน้าที่จะไม่ค่อยโต้ตอบกลับกับบุคคลที่ตอบคำถามแบบคลุมเครือ บุคคลที่จำคำตอบมา หรือบุคคลที่แสดงความเห็นเกี่ยวกับประเทศสหรัฐอเมริกาอย่างกระตือรือร้นเกินไปว่าช่างเป็นประเทศที่ยิ่งใหญ่และเป็นประเทศที่ดีมาก

คุณควรมีจุดประสงค์ทางด้านศึกษาหรือด้านวิชาชีพ และเตรียมพร้อมที่จะตอบคำถามให้ได้ว่าทำไมคุณถึงคิดว่าการทำการศึกษาในสาขาวิชาเฉพาะของคุณที่ประเทศสหรัฐอเมริกานั้นดีกว่าการศึกษาในประเทศของคุณเอง ต้องตอบให้ได้ว่าคุณจะศึกษาอะไรและเมื่อจบการศึกษาจากประเทศสหรัฐอเมริกาแล้วคุณจะทำอาชีพอะไร

ถ้าคุณจะศึกษาภาษาอังกฤษที่ประเทศสหรัฐอเมริกาแล้วจะทำการศึกษาต่อในระดับปริญญา คุณต้องสามารถอธิบายหลักสูตรการศึกษาทั้งหมดของคุณได้ และจำไว้ว่าการพูดว่า “การไปศึกษาที่ประเทศสหรัฐอเมริกานั้นก็ดีกว่าอยู่แล้ว” มันไม่เพียงพอ คุณต้องให้เหตุผลกับเจ้าหน้าที่ว่าสำหรับตัวคุณเองนั้นทำไมการไปศึกษาที่ประเทศนี้ถึงดีกว่า อีกทั้งคุณต้องสามารถอธิบายได้ว่าทำไมคุณถึงเลือกที่จะศึกษาที่โรงเรียนที่คุณได้เลือกไว้ และสามารถให้ข้อมูลของโรงเรียนและบอกได้ว่าคุณจะพักอยู่ที่ไหน (หอพัก, ครอบครัวโฮส หรืออพาร์ทเม้นท์)

ถ้าคุณจะเดินทางกลับประเทศของคุณเพื่อทำการศึกษาต่อให้จบในระดับมหาวิทยาลัย คุณต้องนำหลักฐานแสดงสถานภาพความเป็นนักศึกษากลับไปด้วย คุณสามารถขอให้อาจารย์ที่มหาวิทยาลัยช่วยเขียนจดหมายรับรองแผนการศึกษาของคุณ ส่วนใหญ่แล้วนักศึกษาที่มีอายุน้อยอยู่มักจะไม่แน่ใจในแผนการศึกษาของตัวเอง แต่อย่างไรก็ตามในการสัมภาษณ์ขอวีซ่านั้นคุณควรที่จะตอบคำถามให้ดีที่สุด เพราะถ้าเจ้าหน้าที่เห็นว่าคุณไม่แน่ใจว่าคุณกำลังจะทำอะไร เจ้าหน้าที่อาจจะเข้าใจว่าคุณมีจุดประสงค์อื่นนอกจากการศึกษา และนอกจากแผนการศึกษาที่แน่นอนแล้ว คุณควรจะให้รายละเอียดและข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับหลักสูตรการศึกษาที่คุณวางแผนที่จะศึกษาและให้บอกว่าคุณจะพักอยู่ที่ไหนด้วย

ผลการศึกษาก็สามารถสร้างความแตกต่างได้เหมือนกับ ถ้าคุณมีผลเฉลี่ยการศึกษาที่ต่ำ คุณต้องอธิบายให้ได้ว่าทำไมคุณถึงจะประสบความสำเร็จถ้าคุณได้ทำการศึกษาที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ให้ผู้บริการโรงเรียนหรืออาจารย์ผู้สอนของคุณ หรือโรงเรียนในประเทศสหรัฐอเมริกาที่คุณจะเข้ารับการศึกษา เขียนจดหมายชี้แจงว่าการศึกษาหลักสูตรที่คุณได้สมัครไว้ในประเทศสหรัฐอเมริกานั้นมีความสมเหตุสมผล และอธิบายถึงโอกาสที่จะประสบความสำเร็จของคุณถ้าคุณได้ทำการศึกษาที่นั้น ในกรณีที่เกิดเหตุสุดวิสัยที่ทำให้คุณได้รับผลการศึกษาที่ไม่ดี (เช่น การเสียชีวิตหรือการเจ็บป่วยของสมาชิกในครอบครัว) ควรให้ทางโรงเรียนเขียนอธิบายเหตุการณ์เหล่านั้นด้วย

การเงิน

คุณต้องแสดงว่าคุณมีเงินเพียงพอสำหรับค่าเล่าเรียนและค่าใช้จ่ายในระหว่างที่คุณอาศัยและทำการศึกษาอยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา สถานภาพของใบสมัครขอวีซ่าของคุณจะแข็งขึ้น ถ้าผู้สนับสนุนทางการเงินของคุณเป็นคนในครอบครัว, นายจ้าง หรือผู้สนับสนุนจากองค์กรอื่นซึ่งอาศัยอยู่ในประเทศของคุณเอง

ถ้าบิดามารดาของคุณเป็นผู้ชำระค่าเล่าเรียนให้คุณ คุณต้องแสดงหลักฐานว่าครอบครัวคุณมีรายได้จากไหน ให้นายจ้างของบิดามารดาของคุณเขียนจดหมายรับรองตำแหน่งหน้าที่ทางการงานและรับรองเงินเดือน พร้อมกับระบุระยะเวลาที่ได้ทำงานมา

ถ้าเจ้าหน้าที่เห็นว่าข้อมูลขัดแย้งกันหรือไม่สมเหตุสมผลกัน เจ้าหน้าที่จะไม่ออกวีซ่าให้คุณ และถ้าครอบครัวคุณไม่สามารถแสดงหลักฐานทางการเงินว่ามีเงินเพียงพอที่จะให้คุณตลอดเวลาที่คุณอาศัยอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกานั้น เจ้าหน้าที่จะสงสัยคุณขึ้นมาทันที

การที่มีตัวเลขจำนวนเยอะๆในบัญชีธนาคารอาจจะไม่เพียงพอในการแสดงสถานภาพทางการเงิน ถ้าคุณจะให้ข้อมูลเกี่ยวกับบัญชีธนาคารของคุณ คุณควรขอให้เจ้าหน้าที่ทางธนาคารเขียนจดหมายแสดงถึงระยะเวลาว่าบัญชีเปิดมานานเท่าไร และจำนวนเงินเฉลี่ยในบัญชีธนาคารเท่ากับเท่าไร ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะช่วยสร้างความเชื่อถือกับเจ้าหน้าที่สัมภาษณ์วีซ่าว่าคุณและครอบครัวของคุณมีประวัติการเงินที่ยาวนานและมั่นคงกับธนาคาร

“ตั้งใจที่จะย้อนกลับ”

ใบสมัครขอวีซ่านักเรียนและวีซ่าสำหรับบุคคลแลกเปลี่ยนนั้นส่วนใหญ่จะได้รับการอนุญาตให้ออกวีซ่า และเหตุผลที่เจ้าหน้าที่ไม่ยอมออกวีซ่าให้นักศึกษาส่วนใหญ่นั้นเพราะนักศึกษาไม่สามารถแสดงหลักฐานที่ทำให้เจ้าหน้าที่เชื่อว่านักศึกษาจะกลับประเทศของตนเมื่อทำการศึกษาจบแล้ว กฎนี้เรียกว่า Section 214.b

ในการตัดสินใจว่าคุณมีความ “ตั้งใจที่จะย้อนกลับ” สู่ประเทศของตนเองหรือไม่นั้น เจ้าหน้าที่จะตั้งคำถามเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของคุณกับครอบครัวในประเทศของคุณและแผนการศึกษาของคุณ คุณต้องแสดงให้เจ้าหน้าที่เห็นว่าครอบครัวของคุณสามารถชำระค่าใช้จ่ายต่างๆให้คุณได้ในปีการศึกษาแรกที่คุณจะอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา และแสดงแผนการทางการเงินที่สมเหตุสมผลสำหรับปีการศึกษาต่อไปที่เหลืออยู่

คุณต้องนำแบบฟอร์มที่จำเป็นทุกใบมาด้วย รวมถึงแบบฟอร์ม I-20 หรือแบบฟอร์ม DS-2019 และใบเสร็จรับเงินของ SEVIS ควรนำหลักฐานทางการเงินที่แสดงถึงวิธีการชำระค่าเล่าเรียนของคุณ และหลักฐานที่แสดงว่าให้เห็นว่าคุณจะกลับประเทศของคุณ ตัวอย่างของเอกสารต่อไปนี้สามารถนำมาเป็นหลักฐานได้ เช่น หนังสือเดินทางเล่มเก่าที่แสดงว่าคุณไปท่องเที่ยวต่างประเทศมา จดหมายรับรองฐานะทางการเงินจากธนาคารหรือหนังสือรับรองเงินเดือน เอกสารของครอบครัว หรือใบประวัตินักศึกษา

ถ้าทำทุกอย่างที่ได้กล่าวมาแล้วไม่ได้ผล....

อาจจะมีบางอย่างที่สามารถช่วยคุณให้ได้วีซ่าในกรณีที่คุณโดนปฏิเสธการขอวีซ่า คุณอาจยื่นคำอุทธรณ์ให้ทำการตัดสินใหม่ได้ ส่วนใหญ่แล้วคุณจะถูกขอให้แสดงเอกสารเพิ่มเติมที่คุณไม่ได้แนบไปกับใบสมัครขอวีซ่าในตอนแรก อีกอย่างหนึ่งที่จะช่วยให้การยื่นคำอุทธรณ์ของคุณประสบความสำเร็จก็คือ การส่งแฟกซ์ หรือ ส่งอีเมลเกี่ยวกับคุณสมบัติของคุณและยื่นคำขอร้องให้เจ้าหน้าที่ทำการตัดสินใจใหม่อีกครั้งไปที่สถานฑูตหรือสถานกงศุลในเมืองของคุณ ส่งแฟกซ์ไปให้ Chief of Nonimmigrant Visas ที่ Consular post in question ดูเบอร์แฟกซ์และเบอร์โทรศัพท์ได้ที่เว็บไซต์ของ Department of State ที่ http://usembassy.state.gov

ในหลายกรณี เจ้าหน้าที่อาจขอข้อมูลของคุณเพิ่มเติม เช่น หลักฐานการจ้างงาน หรือหลักฐานการเป็นเจ้าของบ้านหรือเจ้าของธุรกิจ คุณควรที่จะแสดงเอกสารที่เจ้าหน้าที่ต้องการให้กับเจ้าหน้าที่

คุณจะได้รับวีซ่าของคุณภายในสองสามวันหลังจากที่การขอวีซ่าผ่านแล้ว

โดย William M. Fish
William Fish ทำการพบปะกับเจ้าหน้าที่ของ U.S. Consular Affairs ในรัฐ Washington, D.C. เป็นประจำ รวมถึงที่สถานฑูตและสถานกงศุลในประเทศต่างๆอีกด้วย William Fish มีตำแหน่งเป็นประธานของ Washington International Education Council ซึ่งสนับสนุนการแลกเปลี่ยนการศึกษานานาชาติ สามารถติดต่อ William Fish ได้ที่ wfish@washcouncil.orgwww.washcouncil.org